คุยกับ ‘พี่ปัญ’ พร้อมอัพเดทคณะ & Lifestyle ในรั้ว National Cheng Chi University (NCCU) คณะ MBA มอท็อปสายสังคม และบริหารที่เข้ายากที่สุดในไต้หวัน!
อัปเดตเมื่อ 16 ธ.ค. 2568

Happy New Year 2025 to all HUNTERS!
ใครที่กำลังมองหามหา'ลัยเบอร์ต้นๆ ของเอเชีย และของโลก พร้อมโอกาสทุนการศึกษา และการต่อยอดทางอาชีพ (หรือย้ายประเทศ) มามุงกันตรงนี้ เพราะช่วงต้นปีนี่แหละเป็นช่วงที่มหา'ลัยต่างๆ ในไต้หวันเริ่มเปิดรับสมัครนักเรียนเทอม Fall กันแล้ว
มหา'ลัยไต้หวันมี 2 เทอม คือ เทอม Spring (เป็นเทอมเล็ก เปิดเรียนช่วงเดือนกุมภาพันธ์) และเทอม Fall (เป็นเทอมใหญ่ เปิดเรียนช่วงเดือนกันยายนของทุกปี)
วันนี้พี่โค้ชมีหนึ่งบทสัมภาษณ์จากรุ่นพี่นักเรียนไต้หวัน ผู้พิชิต Acceptance Letter จากรั้ว National Cheng Chi University หรือ NCCU ในคณะ IMBA (ป.โท) มอที่ขึ้นชื่อเรื่องสังคมศาสตร์ และพาณิชยศาสตร์ (แว่วจากเพื่อนๆ ชาวไต้หวันว่า นักธุรกิจที่ไต้หวันหรือเอเชียชอบให้ลูกหลานมาเรียนที่นี่ เพื่อเนื้อหาเข้มมากเว่อร์ และคอนเนคชั่นปังมาก สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้ฉลุย)
.
ใครกำลังเล็งๆ คณะนี้อยู่ ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของ 'พี่ปัญ' หนุ่มวิศวะที่ชอบTechnology/ Innovation ในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ให้กับโลก พร้อม Passion ในการมาเรียนบริหารเพื่อพัฒนาทักษะด้าน Business Strategy และเพื่อขยายฐาน Connection ทางธุรกิจให้กว้างกว่าเดิม
พี่โค้ช: สวัสดีค่าพี่ปัญ ก่อนอื่นแนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักหน่อยน้าาาา
พี่ปัญ: สวัสดีครับ ชื่อปันปัญ ครับ อายุ 27 ปี จบจากคณะวิศกรรม สาขาไฟฟ้าเครื่องกลการผลิต มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ที่ผ่านมาปัญทำงานมาหลายอย่างเลยครับ ตั้งแต่ Sale Engineer ในโรงงาน, Business Development มีทำ Start up เกี่ยวกับหุ่นยนต์ (RaaS) แม้กระทั่งเปิดบริษัททำธุรกิจกับเพื่อน แต่ปัจจุบันกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวด้านการศึกษาชื่อว่า จินตคณิต ดร. เมี่ยง (ขอขายของหน่อยครับ) // ตอนนี้เรียนอยู่ที่ The International MBA Program ที่ National Cheng Chi University College of Commerce (IMBA) ครับ

พี่โค้ช: พี่ปัญเรียนที่คณะ MBA ที่ National Cheng Chi University มาครบ 1 เทอมแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง หินเหมือนที่คนเค้าว่ากันจริงๆ มั้ย
พี่ปัญ: ส่วนตัวการเรียน ป. โท เดิมไม่ได้อยู่ในแผนชีวิตเลยครับ แต่พอได้มาเรียนแล้วความรู้สึกโดยรวมถือว่าเกินคาดครับ ทั้งบรรยากาศการเรียน เพื่อน หรือแม้กระทั่ง Host Family (ใครเข้าที่ NCCU ผมแนะนำให้สมัครโปรแกรม Host Family นะครับเขาช่วยเหลือเราได้เยอะครับ)
.
ส่วนเรื่องการเรียนยอมรับตามตรงว่าส่วนตัวเป็นคนจบวิศวะที่เลี่ยงบัญชีมาตลอด แต่มาอยู่นี่ก็โดนเต็มๆ แบบครบองค์ ถามว่าหินไหม บอกได้ครับว่าเพื่อนที่เรียนบัญชีคือบอกว่าเรียนเร็วฉันเรียน 1 ปี แต่เราเรียนเทอมเดียวซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเรียน ป.โท นะครับ ส่วนข้อดีที่ผมอยากเน้นมากๆ เลยคือที่นี่ เน้นการคุย Case Study ครับ เป็นการถกกันระหว่างเพื่อนร่วมคลาส โดยมีอาจารย์เป็นเหมือน Moderator พอต่างคนต่างเก่ง “ในรูปแบบของตัวเองที่ถนัด” มันก็ทำให้ Vision องค์รวมของคนในคลาสกว้างขึ้นด้วยครับ
คณะ IMBA ที่ National Cheng Chi University เปิดรับเฉพาะเทอม Fall (เรียนกันยายน) ของทุกๆ ปี โดยเปิดรับช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ - ปลายเดือนมีนาคมของทุกปี

พี่โค้ช: บรรยากาศชองการเรียนเป็นยังไง แล้วก็เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่เป็นชาติไหน มี background กันมายังไง / อาจารย์เป็นใครกันบ้าง
พี่ปัญ: เดี๋ยวผมซอยย่อยเป็นเรื่องๆ ให้นะครับ 5555555
การเรียน: เน้น Case Study ผสม Presentation ถกกันในห้องแต่ถ้าวิชาที่เป็นพื้นที่ฐานจริงๆเช่น Economics หรือ Accounting อันนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็น Lecture-based ส่วนการวิจัยอันนี้แล้วแต่ความชอบเจาะลึกแต่ละบุคคลละครับ หากเน้นแค่ให้เกรดผ่านผมมองว่ายังไม่จำเป็นอ่าน Paper อื่นๆเสริมครับ (เพราะของที่ให้มาอย่าง Textbook กับ Slide ก็ไม่ทันละครับ 5555)
เพื่อนร่วมคลาส: ที่นี่มีความ Asia ปน Europe ครับเพราะเพื่อนร่วมห้องเรามี Taiwanese 50-65% ส่วนที่เหลือคือหลากหลายและมาจากทั่วประเทศมาก เช่น อังกฤษ (สำเนียงดี) ฝรั่งเศส (ติสหน่อยๆ ) เยอรมัน (เป๊ะมาก) เม็กซิโก (สบายๆ สายชิว) เวียดนาม (ขยันมาก) อินโด (คล้ายไทย เน้นเฟรนลี่) หรือ โซนแอฟริกา (แฟรนลี่สุดๆ)
เพื่อนร่วมคลาสคนไทย: โดยรุ่นผม (Fall' 24) มีเด็กไทยแค่ 2 คน (รวมผมแล้ว) ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ทำให้เราไม่เกาะกลุ่มไทยเพื่อทำงาน หรือคุยกันสภาพแวดล้อมแบบไทยๆ มันเลยเปิดโอกาสให้เราได้พูดคุย Eng ตลอดใน Class
จำนวนคน ต่อคลาส: ในห้องมีตั้งแต่ 20-50 คน แล้วแต่วิชาที่จะลง แต่เค้าจะแบ่งเป็นกลุ่มให้ทำงานกันเพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงด้านคุณภาพการเรียนเลยครับโดนแน่นอนทุกคน ไม่ต้องกลัว
อาจารย์: อาจารย์ทุกท่านที่นี่เก่งมากครับแบบจบอังกฤษมาหรือ top U มาทั้งนั้นเลย ที่สำคัญเค้า Friendly มากครับ เต็มใจที่จะช่วยอยากให้เราถาม อยากให้เราตอบ อาจารย์คณะ บัญชี มีขนมมาแจกเด็กในห้องทุกคลาสครับ 5555 (เป็นการตบหัวลูบหลัง 55555 หยอกๆ)
ข้อควรรู้: ถ้าได้จับกลุ่มคนไต้หวันล้วน หรือมาเลเซียเค้าอาจจะพูด จีนใส่ตอน Discuss กันบ้างอย่าไปนอยนะครับ บอกเค้าไปเลยตรงๆว่าเราอยากร่วมคิดด้วยให้คุยเป็น Eng นะครับ เค้าจะเข้าใจเรามากๆ เพราะบางครั้งเค้าไม่รู้จะอธิบายคำนี้ใน Eng ยังไงเค้าเลยขอแวปคุย จีนหน่อย เราก็ได้ฝึกจีนไปด้วย 5555

.
พี่โค้ช: มีวิชาไหนที่เด็ดๆ ที่เป็น a must ว่าต้องลงเรียนนะ ห้ามพลาดเด็ดขาด !!
พี่ปัญ: คณะ IMBA ของที่นี่ต้องเรียนทั้งหมด 42 หน่วยกิต ขั้นต่ำ + Volunteer อีก 45 ชั่วโมง แยกเป็นวิชาบังคับหรือ Require Course 25 หน่วยกิจและ Elective Course ให้เลือกอีกเพียบ! ส่วนวิธีการเลือกนั้นผมใช้คำว่า "เลือกตามแบบที่เราตั้งเป้ามหมายไว้เลยก็ได้ครับ" ว่าเราอยากเพิ่มเติมทางด้านไหนเป็นพิเศษ เพราะอาจารย์ที่นี่แต่ละท่านคือ Degree U Top ระดับ Global ครับ
วิชาแนะนำให้ลงเรียน: เนื่องจากปัญเพิ่งเรียนไปเทอมเดียวเอง ส่วนตัวที่ลงเรียนที่รู้สึก ดีแต่ยากนะ แต่วิชานี้นำไปประยุกต์ได้จริง คือ Business Quantitative Management (เป็นวิชาบังคับ)- เป็นวิชาเกี่ยวกับการนำ Data มาวิเคราะห์ คล้าย Stat แต่เน้นไปทางธุรกิจมากกว่า ให้สมมุติการตั้ง สมุติฐานขั้นมา 1 อย่างเช่น แม้หน้าร้อนเราก็ยังคงกินก๋วยเตี๋ยวอยู่จริงไหม หรือแบบลองตั้งธุรกิจขึ้นมาหน่อยเป็น การใช้ Mobile Banking ทำให้เราสามารถควบคุมการเงินเราได้ง่ายยิ่งขึ้นจริงไหม แทนที่เราจะใช้ความรู้สึกตอบว่า อืม ก็น่าจะใช่นะ หรือ ทานบ่อยนะ แต่เราเปลี่ยนเป็นสิ่งที่วัดผลได้และ Forecast อนาคตจาก Data ที่มีเพื่อไปวางแผนกลยุทธ์ต่อได้ ผ่านการทำ Survey และ Analyst เข้าโปรแกรมเพื่อไม่ให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด
.
อีกวิชาคือสาย Entreprenure ที่ชอบเพราะได้ไปดูงานจริงๆ ครับ ชื่อวิชาจะแตกต่างไปแต่ละปี อย่างปีที่ผมเรียนมีชื่อว่า Small and Medium Entreprenure เริ่มแรกเค้าจะให้เราทำ Case ก่อนครับเพื่อจูนความคิดเราใส่ Mindset หล่อหลอมความเป็นเจ้าของธุรกิจก่อน แล้วช่วงหลังจะพาเราไปดูงานบริษัทต่างๆ โดยได้คุยกับ CEO หรือ GM ในระดับ บ. 100-1,000 ล้านขึ้นไป ว่าเค้ามีความคิดอย่างไรก้าวข้ามอย่างไรส่วนตัวผมชอบครับ
.
สุดท้ายคือสายตัวเลขบัญชี เป็นวิชาบังคับชื่อ Managerial Accounting บัญชีบริหาร ใช้ในการมองภาพรวมบริษัท ว่าเราควรวิเคราะห์ตัวเลขไหนบ้างอัตราส่วนอะไรที่ควรดูเพื่อลงทุนต่อหรือถอนทัพ ถ้าสายจำเก่งวิชานี้เป็นอีก
ตัวที่สนุกโหดไม่แพ้กันเลยครับ

.
พี่โค้ช: ที่นี่ต้องทำ Thesis มั้ยคะ และต้องเริ่มทำช่วงเทอมไหน
พี่ปัญ: มีครับ แต่ Sequence จะเรียงเป็นการทำ Oral Defense ก่อน และตามด้วยช่วงที่ต้องเริ่มหาอาจารย์หรือทำเล่ม Thesis // คือถ้าบางคนฝึกงาน (Internship) หรือไป Dual Degree (เรียนต่างประเทศในโซนยุโรป หรือเอชียในเครือ NCCU และโอนเครดิตได้) ด้วยก็จะเริ่มตั้งช่วงกลางเทอม 2 ซึ่งรวมไปถึงเข้าหาอาจารย์เพื่อปรึกษาหัวข้อครับ และจะมีการ Guideline เข้าฟังวิธีการทำ และการจบไว้เป็นขั้นตอนดีครับ
.
พี่โค้ช: Expectation vs Reality ของเราต่อคณะ MBA ที่ NCCU เป็นยังไงบ้าง พอมาเรียนแล้วเข้าใจอะไรชัดขึ้นมั้ย แล้ววางแผน career path ไว้ยังไงบ้าง อย่างตอนที่เราคุยกัน ปัญตั้งเป้าหมายว่าอยากมาสร้าง connection แล้วเราได้ achieve ตรงนั้นมั้ย
พี่ปัญ:
ความคาดหวังแรก: ตอนแรกคาดหวังแค่ว่าได้มาเรียนกับได้ภาษาจีนด้วยก็โอเคแล้ว แต่พอมาที่นี่จริงๆเกินคาดไปเยอะมากครับหลายอย่างตั้งแต่เพื่อนร่วมชั้นที่ดี อาจารย์ดี ที่ปรึกษาดี Facility ดี ที่ NCCU แม้คนไต้หวันเองพูดได้ว่าเป็นลำดับต้น TOP 3 ของด้าน MBA ครับ
Career Path: เนื่องด้วยตัวผมต้องกลับไปช่วยธุรกิจที่บ้านครับ พอหลังจากเรียนจบจะกลับไปช่วยต่อเลย แต่มีหลายคนที่แพลนทำงานที่นี่ต่อ ที่ไปฟังๆ มาคือ ถ้ามี ARC มีที่อยู่และ Working Permit สามารถทำงานที่นี่ได้ครับ ส่วนสายงานขึ้นอยู่กลับความสามารถแต่ละท่านแล้วครับ หากสื่อสารจีนได้ มีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอนครับ
สิ่งที่ได้: ความคิดการตัดสินใจอย่างเฉียบคมมากขึ้น ตอนที่มาเรียนยอมรับว่าเป็นคนที่ทำด้วย Feeling นำเยอะครับแม้เป็นวิศกรก็ตาม 555 แต่ว่าที่นี่จะปรับความคิดของเราให้คิดอย่างมีหลัก Support ว่าทำไม เพราะอะไร แล้วอย่างไรต่อ เราจะได้ติดตัวมาแบบไม่รู้ตัว
Tip: เนื่องจากว่า Chat GPT(AI) เข้ามามีผลมากๆ ต่อการเรียนครับ ฉะนั้นมันเลยเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะไม่ใช้มัน
ส่วนตัวผมจะใช้ในสิ่งที่เราไม่สนใจ โดยจะให้ Chat หาคำตอบ Solve ให้เลย แต่หากวิชาไหนที่เราอยากรู้ลึก ผมแนะนำว่าให้เราหาด้วยตัวเองครับ ค่อยๆ ค้นไปมันจะค่อยๆ เรียบเรียงความคิดเราให้เป็นระบบมากขึ้นและเข้าใจหลักการมากขึ้น (ใช้เวลากว่าเยอะแต่ได้ผลดีครับ)
Connection: แม้ว่าคนไต้หวันส่วนใหญ่จะเป็น Introvert บางครั้งเราอาจจะต้องเข้าไปทักก่อน แต่สุดท้ายเพื่อนๆเหล่านี้จะอยากคุยกับเราเองครับ เนื่องด้วยผมต้องการ Conection แนวการศึกษาเลยยังเป็นแวดวงที่ค่อนข้างหายากนิดนึง แต่ที่ผมได้และมารู้ที่หลังจากสนิทแล้ว เช่น ลูกเจ้าของก่อสร้างตกแต่งภายในให้กับตึก 101 หรือ เพื่อนเป็นเจ้าของ Shiping Cargo ในอินโด เป็นต้น

พี่โค้ช: เม้ามอยไลฟ์สไตล์ชีวิตในแคมปัส NCCU หน่อยจ้าาาาา
พี่ปัญ: สิ่งที่ surprise แรกเลยคือ คุณจะเห็นคนสูงอายุแบบ 80+ ( ใช่ครับตัวเลขนี้ไม่ผิดครับ) มาเดินTrail หรือ Hiking เพราะฉะนั้นความอยากแข็งแรงของเราและทัศนะคติในการใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนโดยสิ้นเชิงเลยครับ
อาหาร: ที่นี่ไม่ค่อยมีรสชาติหวาน ขนาดชานมไข่มุขยังจืด (แต่ผมชอบนะครับเพราะเป็นคนไม่ทานของหวาน) รสชาดไม่จัดจ้านเหมือนบ้านเรา
หอ: ใครที่ชอบ Lifestyle แบบธรรมชาติ หมอกลงทุกเช้าที่หน้าต่าง เห็นวิวเดินเข้าเรียนเป็น Taipei 101 ทุกวันไม่พลุกพล่าน นอนบนเขา (หอพักเค้าอยู่บนเขา)
Facility: ครบเครื่องครับ ตั้งแต่ Fitness, Batminton, Football, Basketball (อันดับหนึ่งของประเทศมาจากมหาลัยนี้) และ Baseball (ที่นี่พอถึงฤดูเค้าจะนั่งเชียร์กันเหมือนเชียร์บอลบ้านเราเลยครับ)
ชมรม: มีเกิน 50 ชมรม ครับใครสายไหนเลือกได้เลยแต่จะมีค่าเข้าชมรมและส่วนใหญ่สื่อสารเป็นภาษาจีน
กิจกรรม: มีตั้งแต่สัมมนาจริงจังว่ามหาลัยของเราจะดำเนินไปในทิศทางไหนจนถึงตลาดกลางคืนคล้ายงานเกษตรแฟร์
สถานที่เที่ยว: ที่นี่คือชoเมืองครับ ติดกับ Taipei Zoo สายรักสัตว์น่าจะชอบ
พี่โค้ช: พี่ปัญแบ่งเวลาชีวิตยังไงบ้าง เพราะพี่โค้ชจำได้ว่าพี่ปัญทำงานแบบ remote working จากที่ไทยด้วย
พี่ปัญ: ช่วงแรกยอมรับตามตรงว่าหนักครับ พยายามแยกเวลาการเรียนให้ชัด เพราะเริ่มเรียนตอน 19.00 -22.00 น. เกือบทุกวัน นั่นแปลว่า 18.00 น. เลิกงานที่ไทย ซึ่งมันตรงกับเวลาเรียนที่ไต้หวันพอดี (19.00 น.) ผมเลยจัดเตรียมอาหารเย็นแบบว่าพร้อมทานเลยจะประหยัดเวลาเราตรงนี้ครับ ส่วนเสาร์อาทิตย์ไม่ต้องพูดถึงครับ เรียนเต็มวันทั้ง 2 วันหากลงหน่วยกิจเยอะ ข้อดีอีกอย่างของไต้หวันคือเวลาห่างแค่ 1 ชั่วโมง แถมเรานำไทยด้วยครับ ตอนทำงานเลยดีหน่อยคือเราเริ่มงาน 9.00 น. ที่ไต้หวัน ซึ่งตรงกับเวลา 8.00 น. ที่ไทย ทำให้เราดูขยันขึ้นมาอีกหน่อยครับ 5555
.
ส่วนตัวการจัดสรรค์เวลาคือ 9.00-17.00 น. รีบจบงานที่ไทยให้ไว แจ้งหัวหน้างานให้ชัดครับว่าเรามาเรียนต่อ (ขึ้นอยู่กับบริษัทนั้นๆ นะครับ) ของผมโชคดีหน่อยที่หัวหน้าเข้าใจจึงได้ข้อดีตรงนี้ไปอีก แต่อย่าเพิ่งท้อนะครับ เพราะเราไม่ได้เรียนทุกวัน ส่วนวันอื่นๆ ที่ไม่มีเรียนก็จะไปทำกิจกรรมส่วนตัวของเราเองได้ซึ่งใครที่ไม่ทำงาน ช่วงเช้าถึงเย็นเราจะว่างเลยครับ แนะนำให้หากิจกรรมทำหรือไปเที่ยวเลยครับ 555

พี่โค้ช: อยากฝากอะไรถึงน้องๆ รุ่นถัดไปที่มีความสนใจเรียนต่อคณะนี้บ้าง
พี่ปัญ: ใครที่กำลังมองหา ที่เรียน ป. โท ราคาสบายกระเป๋า แต่คุณภาพคับถ้วย อยากได้ Connection ต่างชาติ แบบทั่วโลก อยากสื่อสารจีนได้ และอยากได้สภาพแวดล้อมคล้ายไทยแต่อากาศเย็นกว่าแนะนำที่นี่มากๆครับ ส่วนด้านอื่นๆ พื้นฐานที่สำคัญๆพี่ Hunter เค้าปูแนะนำมาให้หมดและครับ ถอดสมองและใช้ชีวิตได้เลย 5555 ถือโอกาสขอบคุณพี่โค้ชและทีมงานด้วยครับ
ปล. ขอขายของให้พี่ปัญหน่อย น้องๆ คนไหนที่อยากเก่งเลข พี่โค้ชขอผายมือมาที่ 072 จินตคณิต ดร.เมี่ยง ได้เลย เพราะที่นี่เน้นสอนให้คิดเป็นระบบ เรียนสนุก คิดเร็ว ไม่ผิดหวังแน่นอน
#เรียนต่อขอทุนไต้หวัน กับทีมพี่โค้ชแห่ง Taiwan Scholarship Hunter ไม่มีผิดหวัง สถิติพาเด็กไทยเรียนต่อขอทุนไต้หวันกว่า 100 ทุนในระยะเวลา 2 ปี <3






