‘น้องริน’ สาวน้อยจากรั้วบดินทรฯ นักเรียนทุนสาขา ‘Smart Sustainable Development and Management ‘ ที่ NTPU คนแรกของทีมพี่โค้ช
- 1 พ.ค. 2567
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 16 ธ.ค. 2568
All Star x Scholarship Hunter

น้องๆ หลังไมค์มาปรึกษาพี่โค้ชเยอะมาก ถึงคณะที่สอนเกี่ยวกับ ‘Sustainable Development’
ซึ่งเอาจริงๆ พี่โค้ชรู้สึกภูมิใจในตัวเด็ก hunter ทุกคนมาก ที่ตื่นตัวกับสาย ‘ความยั่งยืน’
เพราะมันคือ now and future ของโลกใบนี้ และมันสามารถเอาไปต่อยอดได้เยอะมาก ไม่ว่าจะไปสาย Green Energy,
ESG Consultant หรือ ESG Policy Maker ฯลฯ
.
วันนี้พี่โค้ชอยากจะมาแชร์เรื่องราวของ ‘น้องริน รินรดา’ นักล่าทุนป.ตรี ทีม Taiwan Scholarship Hunter
เจ้าของทุนเรียนให้เปล่า แถมเงินเดือนจุกๆ จากคณะ Smart Sustainable Development and Management (SSDM) ที่ National Taipei University มอท็อปใจกลางกรุงไทเป เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักล่าทุนที่สนใจด้าน Sustainable Development ได้เตรียมตัวกันให้ตรงจุด แบบไม่เป๊ะ ไม่ปล่อยยยย
.
แนะนำตัว
"สวัสดีค่ะ หนูชื่อริน รินรดา จบม. 6 จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.31 หลังจากเรียนจบหนูไป gap year อยู่ที่ประเทศแคนาดาอยู่ 2 ปีเต็มๆ เลยค่ะ ตอนนั้นที่แคนาดาหนูเรียน Diploma เกี่ยวกับ Hospitality แล้วก็ทำงาน Part-time ร้านอาหารเหมือนนักเรียนไทยทั่วไปเลยค่ะ ณ ตอนนั้นอยู่มาได้สักพัก หนูรู้สึกว่าชีวิตมันต้องไปต่อ เลยเริ่มมองหาที่เรียนต่อระดับปริญญาตรีแบบจริงๆ จังๆ หนูหาอยู่หลายประเทศ แล้วก็หลายที่มากๆ จนในที่สุดก็มาเจอเพจ Taiwan Scholarship Hunter นี่แหละ ก็ตามอ่านคอนเท้นพี่โค้ชอยู่นาน จนได้คำตอบให้ตัวเองว่า ไต้หวันนี่แหละคือที่ๆ อยากมาเรียน เพราะไม่ไกลจากไทย ค่าใช้จ่ายไม่สูง ทำงาน Part-time ได้ โปรแกรมเรียนหลากหลานเป็น Full-English Program และที่สำคัญมีทุนการศึกษาให้ด้วยค่ะ"
.
รีวิวชีวิตในรั้ว NTPU คณะ SSDM สักนิดส์
"คณะนี้เค้าเน้นเรื่อง Smart Sustainable Development ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ practical มากสำหรับคนที่อยากมาสายเกี่ยวกับความยั่งยืน เพราะนอกจากจะให้ holistic knowledge เกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่องของความยั่งยืน และ SDGs
เค้ายังสอนใช้ toolings ต่างๆ เช่นการทำ Data Mining และ Data Analysis แล้วก็รวมถึงการ cultivate ให้นักเรียนมี data-driven decision ค่ะ อีกอย่างที่มันเริ่ดคือมันเป็น Full-English Taught Program เพราะงั้นหนูไม่ต้องกังวลเลยเรื่องที่ความรู้ภาษาจีน = 0 แล้วก็จะบอกว่า NTPU อ่ะ เค้าให้ความสำคัญกับเด็กต่างชาติมาก เค้าไม่ได้ expect ว่านักเรียนต้องพูดภาษาอังกฤษแบบ Ted Talk เบอร์นั้น แต่แค่พูดได้ สื่อสารได้ discuss กับเพื่อนๆ ในห้องได้ เท่านี้ก็ถือว่าโอเคแล้วค่ะ แล้วก็เค้ายังมี Buddy Campaign ด้วยนะ คือให้นักเรียนต่างชาติ จับคู่บัดดี้กับนักเรียนชาวไต้หวัน เพื่อให้คอยช่วยเหลือกันรวมถึงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแล้วก็ภาษากันด้วยค่ะ ซึ่งบัดดี้ที่รินจับได้เค้าเป็น host ที่ดีมากอ่ะ
ช่วยเหลือรินตลอด ทั้งเรื่องเรียน เรื่องจัดตารางชีวิตต่างๆ รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ด้วยนะ เช่นแบบพาไปหาข้าวกิน พาไปเที่ยว อารมณ์เหมือนแม่บุญธรรมสุดๆ 5555 / ตอนนี้หนูก็เรียนไม่ได้หนักนะ ลงทั้งหมด 8 ตัวคือ required course 6 ตัว คือ แคสคูลัส, เรียนตีแบตฯ, วิชาการเมืองการปกครอง, วิชา Sustainability แล้วก็ภาษาจีน 1 & 2 แล้วก็ยังมี elective อีก 2 ตัวคือ Climate Change กับ Real Estate Management"

ลองให้คำจำกัดความกับคณะ SSDM นี้หน่อย มันเรียนอะไรกันแน่
"พูดง่ายๆ คือ มาเรียนด้าน Sustainable Development ค่ะพี่โค้ช แต่ที่นี่เน้นความเป็น ‘Smart’ อารมณ์เอา Technology Integration ใส่ไปในศาสตร์ต่างๆ ที่เราเรียน ในปี 1 -2 จะเรียนองค์ความรู้ด้าน Sustainability รวมไปถึง Tooling เพื่อเพิ่มความเป็น Information Literacy และ Analytical Skills
ในชั้นปี 3 -4 จะให้นักเรียนลงตัว Elective Course เจาะลึกด้านที่ชอบเช่น Climate Chage, อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์, อุตสาหกรรมการเงิน ซึ่งมันถูกแบ่งออกเป็น 2 Modules หลักคือ Sustainable Financing and Management และ Sustainable Development and Governance
ซึ่งพอเรียนจบแล้วก็สามารถทำงานได้หลากหลาย เช่น Chief Sustainability Officer (CSO), ทำเกี่ยวกับด้าน CSR ให้กับองค์กร รวมไปถึงคนวางกลยุทธ์ด้าน ESGs ในสายงานต่างๆ"
.
คณะนี้มีแยกออกเป็น 2 สายตอนปี 2 !
"อันนี้ตามที่รินเข้าใจนะ คือคณะนี้จะมีแยกเป็นสองสายหลักๆ ก็คือ Data Analysis และ Sustainable Development
ซึ่งทางคณะจะให้นักเรียนเลือกแล้วแต่ความชอบเลย
สาย Sustainable Developmen: จะเน้นเรียนเรื่องการเมืองการปกครอง การออก Policy เชิง Sustainability รวมไปถึง Smart city/ Urban Development เป็นส่วนใหญ่
สาย Data Analysis จะได้เน้นเรียนเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติตามแหล่งต่างๆ รวมไปถึงข้อมูลทางภูมิศาสตร์จากดาวเทียมอะไรแบบนี้ แล้วก็การใช้โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล"
.
รีวิวทุนหน่อย รินได้ทุนอะไรมานะ
"ทุนที่ได้ก็คือ ทุนสนับสนุน 50% ของค่าเทอมแล้วก็ทุนเงินเดือนค่ะ รินได้ 5,000 NTD/ เดือน ทางโรงเรียนจะ grant ให้เป็นเป็นปีๆ นะคะ ซึ่งก็จะมีการต่อทุนเรื่อยๆ ค่ะ (ถ้าทำเกรดดี กิจกรรมเด่นไปลองขออัพเกรดทุนได้ด้วยนะ)
ส่วนเรื่องหอที่นี่ถือว่าหอสะอาดโอเคนะคะ จะมีการจับให้คนไทยได้อยู่ด้วยกัน คนชาติเดียวกันให้ไปอยู่ด้วยกันซะส่วนมาก แต่ละหอก็จะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันออกไป อย่างเช่นหอของรินเนี่ย ค่าหอต่อเทอม (ประมาณ 4 เดือน) ก็ตกประมาณ 11,000 NTD โอนเข้าบัญชีที่ไต้หวันทุกเดือนค่ะ ก็ถือว่าเหมาะกับนักเรียนต่างชาติที่ต้องการมาเรียนที่นี่แต่งบไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ก็ถือว่าราคาใช้ได้อยู่เพราะว่าถ้าเกิดหอข้างนอกก็จะแพงกว่าค่อนข้างเยอะเลย
ปล. เกือบลืมบอกค่ะว่า คณะนี้มีสอบสัมภาษณ์ด้วยนะคะ ในกรณีที่ติดทุนค่ะ ^_^"
.
เม้าส์นิดนึง ตอนนั้นเตรียมตัวยังไงถึงได้ทุน
"บอกตรงๆ ว่ารินเตรียมตัวกับพี่โค้ชค่ะถึงติด NTPU แล้วก็ได้ทุน 55555
หนูมาหาพี่โค้ชค่อนข้างกระชั้นชิดค่ะ มีเวลาเตรียมเอกสารประมาณ 1 เดือนก่อนที่จะหมดเขตยื่นเอกสารเรียนเทอม Spring 2024 (แนะนำให้เพื่อนๆ ที่อยากมาเทอม Spring ควรมาเตรียมตัวกับพี่โค้ชตั้งแต่เดือนมีนาคมปีก่อนหน้าได้เลยค่ะ เพราะไม่งั้นมันกระชั้นชิดมากๆ แล้วจะเครียดเพราะกลัวเตรียมทุกอย่างได้ไม่ดีค่ะ)
ซึ่งขั้นตอนการโค้ชชิ่งของพี่โค้ชก็มีตั้งแต่ คุย ‘first talk’ พี่โค้ชจะถามข้อมูลการเรียน การทำงาน ชีวิต ความสนใจ รวมไปถึงเรามองอนาคตเรายังไง เพื่อที่พี่โค้ชจะทำ Guideline ในการเขียน Study Plan ให้โดยอิงจากความเป็นเราค่ะ จากนั้นพี่โค้ชจะช่วยดูว่าอย่างเราเหมาะกับมหาวิทยาลัยไหน ซึ่งถ้าไม่ได้พี่โค้ช รินก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะว่าแต่ละมหา’ลัย ก็มี Insight ในการคัดเลือกคนอยู่ โดยสิ่งที่ต้องคำนึงก็เช่น เกรด Ranking ของโรงเรียนที่เราเคยเรียน กิจกรรมที่เราเคยทำมาว่ามันมี Impact ต่อสิ่งที่เราจะเลือกเรียนหรือไม่ ทั้งนี้การเลือกมหา’ลัยที่ใช่ จะช่วยทำให้โอกาสในการติด และได้ทุนสูงมากค่ะ เพราะที่ไต้หวันเค้าคัดแบบ ‘อิงกลุ่ม’ ไม่ใช่อิงเกณฑ์ ฉะนั้นเราต้องเลือกที่ๆ เราคิดว่าไพ่ในมือเราถึงจริงๆ ค่ะ นอกจากนี้สิ่งที่กินเวลานานที่สุดคือ การเตรียมเอกสารกับพี่โค้ช ซึ่งหลักๆ ก็จะมีรายการดังนี้
Resume พี่โค้ชจะดูว่าเราต้องเติมตรงไหน ปรับตรงไหนให้ดูโดดเด่น
Portfolio พี่โค้ชจะให้ใส่ทุกกิจกรรมที่ทำ โดยต้องใส่ทั้งกิจกรรมจิตอาสาหรือรื่นเริง แล้วก็ทางวิชาการค่ะ
Autobiography อันนี้เป็นเหมือนตัวขยายความของ Resume อธิบายความเป็นตัวเราออกมาให้กรรมการเข้าใจ
Study Plan อันนี้สำคัญมากๆ คิดว่าสำคัญ 80% ของ Criteria ในการรับคนเข้าเลยค่ะ ซึ่งพี่โค้ชจะโค้ชชิ่งเข้มข้นมากๆ รินแก้ไปประมาณ 5 รอบค่ะพี่เขาถึงจะปล่อย ซึ่งในนั้นเน้นเรื่องไอเดียว่าเราไปเรียน เราจะทำอะไรบ้างค่ะ
Recommendation Letter พี่เค้าจะคอยดูคอนเท้นท์ว่าในตัวจดหมายที่อาจารย์เขียน ควรเติมตรงไหนบ้าง
English Proficiency Result พี่โค้ชมีแถมข้อสอบ TOEIC 1,000 ข้อให้ไปฝึกทำตั้งแต่ตอนแรกๆ ที่ได้คุยเลยค่ะ พี่โค้ชบอกว่าเรื่องภาษาเป็นสิ่งที่ใช้เวลานานที่สุด พี่โค้ชไม่กดดันค่ะ เพียงแต่เราต้องมีวินัยในการฝึกทำข้อสอบเพื่อให้คะแนนออกมาดีที่สุดค่ะ (เด็ก Hunter พี่โค้ชขอที่ 850 ขึ้นไปค่ะ หนูเกือบเป็นลม)"

HIGHLIGHT
SSDM ของ National Taipei University เปิดรับสมัครทั้งเทอม Spring - Fall 2025
เทอม Spring 2025 ยื่นเอกสารสมัครได้ตั้งแต่ กันยายน - ตุลาคม 2024
เทอม Fall 2025 ยื่นเอกสารสมัครได้ตั้งแต่ กุมภาพันธ์ - เมษายน 2025
เอกสารการสมัคร คือ รูปถ่าย, Diploma ตัวจริงภาษาอังกฤษ, Transcript ตัวจริงภาษาอังกฤษ, Passport, Financial Statement ย้อนหลัง 6 เดือน, Letter of Recommendation จำนวน 2 ฉบับ, Study Plan และ Autobiography (สมัครออนไลน์ 100%)






