Hunter All Star | คุยกับ 'น้องขวัญ' นักเรียนทุนปริญญาโท คณะ Information Management มอ Top 3 ของไต้หวัน!
- 16 มี.ค.
- ยาว 3 นาที

Q1 | แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยน้า
สวัสดีค่ะ ชื่อขวัญค่ะ เรียนจบป.ตรีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ พอเรียนจบก็เข้าทำงานที่แบงค์ชาติเป็น Internal Audit ดูแล process การดำเนินงานของแบงค์ที่ทีมเราดูแล ตอนนี้ได้ทุนมาเรียนปริญญาโท คณะ Information Management ที่ National Yang Ming Chial Tung University (NYCU) ที่ไต้หวันค่ะ
Q2 | เม้าหน่อยว่า Information Management นี่มันเรียนแนวไหนคะ
ถ้าแปลตรงตัวก็คือการจัดการข้อมูลค่ะ แต่จัดการยังไงล่ะ? ก็มีตั้งแต่แนวนำ Infomation ผนวกกับ Economic & Business (อาจารย์หนูสอนแนวนี้ค่ะ), เขียนโปรแกรมจ๋าๆ แบบเขียน Algorithm, AI, machine learning, data mining, ละก็แนวทฤษฎี information security, cloud, distributed system, database บลาๆๆ วิชาที่เปิดสอนในคณะคือกว้างม๊ากค่ะ แต่บางวิชาก็เปิดเฉพาะภาษาจีนนะ บางวิชาเปิดอังกฤษแค่บางเทอม ฉะนั้นใครที่ไม่ได้จีนต้องวางแผนเก็บหน่วยกิตให้ดีค่ะ
ปล 1. คณะ Information Management มีวิชาบังคับที่ต้องผ่านถึงจะจบได้ 4 ตัว (เลือกจาก 5) ถ้าเรียนมาจากป.ตรีแล้วก็ waive ได้ค่ะ นั่นคือ
Accounting
Economics
Statistics
Data Structure - วิชานี้ต้องฝึกโค้ด แต่ได้ใช้ในวิชาอื่นด้วย
Linear Algebra - คณิตศาสตร์จ๋าๆ ถ้าไม่ชอบเขียนโค้ด ก็เลือกเรียนตัวนี้แทนได้ค่ะ
ปล 2. พี่ๆ ที่ห้องทะเบียนคณะใจดีมากกกกกก แบบเกินจินตนาการ ปกติคนดูแลจัดการทั่วๆ ไปจะเป็นซูซานค่ะ ตอนหนูเขาไปใหม่ๆ เป็นนักเรียนภาคอังกฤษคนแรกเขาก็ค่อนข้างเป็นห่วง เขาบอกตลอดเลยว่ามีอะไรให้รีบมาถามนะ เมลมาก็ได้ แล้วก็ขออีเมลหนูไว้ ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ส่งข้อมูลประชาสัมพันธ์กิจกรรมใหม่ๆ ทุกวัน แบบเชิญเข้าร่วมงานบรรยาย งานแนะแนวจากรุ่นพี่ งานบรรยายจากบริษัทดังๆ งานประกวดชิงทุน บลาๆ คือมันเป็นงานภาษาจีนก็จริง แต่คือเขาส่งมาให้เผื่อเราสนใจ มีเมลเตือนทุกคนว่าต้องลงทะเบียนเรียนนะ ต้องเลือกวิชานะ หนูเลือกวิชาผิดรหัสเขาก็เมลมาเตือน หนูแบบ ซูซานแอบดูหนูอยู่ตลอดเลยเหรอคะ555555555 เขาดูแลนักเรียนทุกคนดีมากๆ ค่ะ
Q3 | Background ของเรากับเพื่อนๆ ในรุ่นของเรา มาจากไหนกันบ้าง
ทั้งคณะมีหนูคนเดียวที่เป็นนักเรียนภาคอังกฤษค่ะ 5556864873 จริงๆ มีเพื่อนอินโดสองคน (เด็กอินโดที่นี่เก่งๆเยอะมากกกก ส่วนใหญ่ได้ 3 ภาษา อินโด - จีน - อังกฤษเลย) แต่เขาเรียนหลักสูตรภาษาจีน พูดจีนคล่องมาก เพิ่งเรียนจบไปปีที่แล้วทั้งสองคนเลย เพื่อนๆ ในคณะพูดอังกฤษได้ปานกลาง-คล่อง ส่วนใหญ่จบป.ตรีวิศวะกับ Information Management สายตรงมา เขียนโค้ดกันเก่งมั่ก แต่ก็มีเพื่อนที่ไม่ค่อยตรงสาย แบบจบสถาปนิกหลงมาเหมือนกัน เขาก็ต้องนั่งงมๆ โค้ดเหมือนกับหนู เลยสบายใจขึ้นนิดหน่อยค่ะ

Q4 | สังคมที่ NYCU เป็นยังไงคะ ได้อยู่ใจกลาง Silicon Valley ไต้หวันเลย
มหาลัยอยู่ใกล้ Science Park มากๆ แบบถ้านั่งรถเมล์ (แบบรถไม่ติด) 15 นาทีก็ถึง แต่อย่าลองช่วง Rush Hour รถเต็มถนนจ่ะ หนูว่ามันทำให้เรามีโอกาสได้ทำ Internship (หนูแพลนว่าจะทำช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ 2-3 เดือน) แล้วพวกบริษัทเทคต่างๆ ก็จะมาเปิดบูทที่มหาลัยบ่อยๆ ด้วยค่ะ ปกติมหา'ลัยจะจัดงาน Open house ใหญ่ๆ ให้เทอมละครั้ง (เทอม Spring จะจัดใหญ่พิเศษ เพราะนักเรียนส่วนมากเรียนจบกันหลังเทอมนี้) ส่วนพวกงานบรรยายอื่น (จีน) จากบริษัทย่อยๆ ก็มีมาทุกเดือนไรงี้ ปกติหนูไปร่วมแค่ open house ก็จะเลือกดูบริษัทใหญ่ๆ ที่แจกใบโบร์ชัวร์เป็นภาษาอังกฤษไว้เป็นตัวเลือกทำ Internship ค่ะ
ส่วนร้านข้าวในมอราคาพอๆ กับข้างนอก เพื่อนไต้หวันบอกไม่ถือว่าถูก เพราะมันอยู่ในมอ หนูว่าก็พอได้แหละ (แต่ตอนเรียนอยู่จุฬาร้านข้าวมันถูกกว่าข้างนอกเยอะจริง) ข้าวที่นี่รสชาติเฉยๆ ค่ะ รึกินจนเบื่อแล้วไม่รู้ 55555 แบบหนูปกติเลิกเรียนก็กลับหอ หนูอยู่หอนอกหลังมอ ละร้านข้าวหน้าหอมันก็มีร้านเดียว หนูก็เลยกินแต่ข้าวร้านสะดวกซื้อ (อร่อย) กับข้าวมอ อันหลังนี่เหมือนไม่ค่อยปรุง ผัดผักใส่ซีอิ๊วมั่งปะเนี่ย รสชาติมันจะแบบคลีนๆ เค็มๆ นิดเดียว เขาน่าจะรักสุขภาพกันแหละ แต่เมนูหลักเป็นอาหารทอดๆ งง อาหารไม่ค่อยหลากหลาย เหมาะกับกินเป็นข้าวกลางวันตอนรีบๆ ไปเรียนค่ะ อ้อ แต่มีร้านอาหารไทยอยู่ร้านนึงนะคะ ถึงรสชาติจะไม่ค่อยไทยมาก แต่ก็อร่อยใช้ได้ค่ะ
หนูว่าเด็กไต้หวันที่นี่ค่อนข้างขี้อาย หลบหน้าหลบตา เงียบๆ พูดน้อย แต่เพื่อนๆ ในคณะค่อนข้างใจดี ถ้าถามอะไรเขาก็จะเต็มใจตอบมากๆ แค่ไม่ค่อยสบตา5555555 ส่วนเพื่อนต่างชาติจะคละกันไป บางคนมาแลกเปลี่ยน บางคนก็มาเรียนปริญญา (คณะ Electrical Engineer ที่นี่รับนักเรียนอินเดียเยอะมากมากมาก) โดยรวมคนที่นี่ใจดีค่ะ
Q5 | มีกิจกรรมที่ได้เจอเพื่อนต่างคณะมั้ยคะ
เทอมที่แล้ว (Fall 2025) เหมือนมีนักเรียนไทยเยอะขึ้น (20กว่าคน?) ตอนนี้เลยตั้งสมาคมนักเรียนไทยกันแล้วค่ะ มีกิจกรรมตามโอกาส เพื่อนๆ พี่ๆ นักเรียนไทยที่นี่ก็เฟรนลี่ดี แต่อาจจะเจอตัวยากนิดนึงถ้าไม่นัดตั้งตี้ไปไหนกัน เพราะมหาลัยกว้างมาก ถ้าอยากหาเพื่อนคนไทยแบบเร่งด่วน เพิ่งมาเทอมแรกโดดเดี่ยวเงียบเหงา แนะนำลงเรียนคลาสภาษาจีนค่ะ 55555555555555 คลาสภาษาจีนที่นี่ไม่ค่อยเข้มมาก (ได้ยินมาว่า NTHU เข้มกว่านิดหน่อย) ลงได้ชิลๆ ถ้าได้ทุนมหาลัยป.โทกับเอกจะบังคับให้ต้องลงเรียนจีนสองตัวตลอดระยะเวลาการศึกษาอยู่แล้ว

Q6 | เดี๋ยวนี้ Information Management เค้าสนใจ Topic อะไรกันหรอคะ
วิชาสัมมนาที่เราต้องลงเรียนจะเป็นหัวข้อเกี่ยวกับ LLM / Machine Learning / AI ที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้ใน field ต่างๆ 90% ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนแต่ละกลุ่มขึ้นไปนำเสนอเปเปอร์ที่ค้นคว้ามาเป็นภาษาอังกฤษ แต่บางทีจะมีวิทยากรเป็นอาจารย์มหาลัยอื่นสลับๆ กันมา (มหาลัยอื่น= NTHU 555788) บรรยายเปเปอร์ที่แต่ละท่านค้นคว้า (บรรยายภาษาจีน แต่สไลด์ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ)
Q7 | ได้ยินว่าจะจบต้องทำ Thesis ด้วย ตอนนี้น้องขวัญได้หัวข้อรึยังคะ
ตอนนี้เพิ่งจบปี 1 ยังไม่ได้เริ่มเขียนวิจัย (ตอนนี้ช่วยอาจารย์เขียนหนังสืออยู่ค่ะ จะเริ่มวิจัยตอนขึ้นปี 2) แต่หนูอยากลองไปด้าน FinTech แบบพัฒนา Financial Security ให้ดีขึ้น แต่ต้องเข้าถึงง่ายกับทุกคน ในขณะเดียวกันก็ทำให้ integrate ไปกับยุค AI เพราะ AI คือตัวช่วยซัพพอร์ต user convenience ที่ดีมากๆ ถ้าเราทำให้ Data ยังคงปลอดภัย ในขณะที่เอา AI มาช่วยฝั่ง user ก็จะช่วยผลักดันไปสู่อุตสาหรรมการเงินที่ดีกว่าได้ค่ะ

Q8 | หัวข้อน่าสนใจมาก แล้ว Advisor หนูสอนด้านไหน เค้าคาดหวังสูงไหมกับเด็กในแล็ป
อาจารย์เป็นสาย Economic & Business Integrated with Information Management/Technology ค่ะ เขาใจดี ค่อนข้างให้อิสระเด็กๆ อย่างเรื่องเลือกวิชา หนูก็เรียนป.โทใบแรก มันต่างกับป.ตรีมากๆ เราต้องแพลนเองว่าเราอยากจะลงเรียนวิชาอะไร แค่ต้องลงให้ครบ 30 หน่วยกิตเพื่อเรียนจบ ต่างกับตอนป.ตรีที่จะกำหนดมาว่าแต่ละปีต้องลงวิชาอะไรบ้าง เราจะสามารถ Custom หลักสูตรของเราเองได้เลย แต่ถ้าสงสัยหรืออยากได้คำแนะนำเรื่องอะไรก็ไปพบอาจารย์ได้ค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะแค่อธิบายข้อดีข้อเสียของแต่ละทาง แล้วให้เราตัดสินใจเอง คือไม่ว่าเราจะเลือกทางไหน ก็แค่บอกเขาให้รู้แล้วอธิบายว่าทำไมเลือกแบบนี้ อาจารย์ชอบคนที่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะ (ถึงส่วนใหญ่เราทำอะไรอาจารย์ก็จะชมไว้ก่อนก็เถอะ)
เทอมแรกที่เข้าไปยังไม่ต้องทำอะไร อาจารย์บอกไปปรับตัวกับชีวิตป.โทก่อนได้ ชิลๆ ส่วนเทอมสองก็เริ่มช่วยเขาเขียนหนังสือค่ะ (อาจารย์มีหนังสือความรู้ที่เปิดให้โหลดฟรีหลายเล่ม) ส่วนเทอมที่ 3 ก็เริ่มหาข้อมูล เตรียมทำธีสิสจบตอนเทอม4ค่ะ ก็2ปีจบพอดี
Q9 | บรรยากาศดูดี ไหนอวดรูปในแล็ปหน่อยจ้าาาา
แลปหนูคนเยอะกว่าแลปอื่น ก็เลยจะเบียดๆ หน่อยค่ะมีทั้งนักเรียนแบบ Full time กับพี่ๆ Part time ที่ทำงานไปด้วย แล้วมาลงคลาสตอนเย็น
Q10 | ขวัญว่า Information Management กับ Accounting นี่มันพอๆ จับทางไปด้วยกันได้มั้ย
ด้วยความที่โลกมันเปลี่ยนไปมาก ทั้ง AI ทั้ง Machine Learning เทคโนโลยีมันดีขึ้นทุกสองปี แล้วเทคโนโลยีพวกนี้มันก็ต้องอาศัยพื้นฐานการจัดการข้อมูลที่ดีด้วย หนูว่าการที่เรามีพื้นฐานเฉพาะทางด้านอะไรสักอย่างมาก่อน เช่น Accounting การเสริมความรู้ด้าน Information ก็เหมือนช่วยเสริมอาวุธให้เราก่อนเข้าตลาดแรงงาน เพราะตัวบัญชีจริงๆเป็นคล้ายๆกฎที่ต้องเข้าใจและเน้นท่องจำ งานพวกนี้จะโดนแทนที่ได้ง่ายในอนาคตที่ AI มันเก่งขึ้นๆ แต่ถ้าเรารู้วิธีการเอา AI, Machine Learning มา integrate กับความรู้เฉพาะด้านที่เรามี รู้ว่าข้อมูลประเภทไหนเหมาะกับ “เครื่องมือ” ตัวไหน จัดการข้อมูลยังไงให้เหมาะสม มันก็จะช่วยเพิ่ม value ให้ตัวเราได้ค่ะ
Q11 | อยากฝากอะไรถึงคนที่อยากเรียน Information Management
หนูว่าเป็นคณะที่เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนสาย และพร้อมจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะสาย Business ที่ต้องมาฝึกเขียนโค้ดเบื้องต้น แต่จริงๆ เราก็คงเขียนสู้พวก Computer Science ไม่ได้หรอก แค่ให้อ่านออกว่าโค้ดหรือ Algorithm มันทำอะไรคร่าวๆ หนูว่าก็โอเคแล้วค่ะ ตอนทำงานจริงเราก็ใช้ความรู้จากฝั่งที่เราถนัด เช่น Accounting, Auditing แล้วผนวกกับสิ่งที่เราเรียนจากในคณะ Information Management เช่น ถ้าชอบแนว Risk / Security Management ตอนเรียนก็ให้ลงวิชาแนวๆ นี้ หรือถ้าเข้ามาแบบยังไม่แน่ใจว่าแพลนในอนาคตจะเหมาะกับตัวเรามั้ย ด้วยความหลากหลายของวิชาในคณะมันช่วยให้เรามีโอกาสได้ไปลองชิมในช่วง 1-2 เทอมแรกเพื่อหา/คอนเฟิร์มว่าเทสเราคืออะไร

Q12 | ถ้าอยากเข้า National Yang Ming Chiao Tung University แบบพี่ขวัญนี่ต้องเตรียมตัวยังไงคะ
อาจารย์ชอบคนที่พร้อมจะ adapted to AI / เทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว integrated ความรู้ที่มีเพื่อพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับ AI ค่ะ เขามักจะบอกว่าคนที่กลัว ไม่กล้าใช้ AI นั่นแหละคือคนที่จะถูกแทนที่เร็วที่สุด แต่การใช้ AI ช่วยงานก็ไม่ใช่แค่ใช้มั่วๆ เราต้องมีความรู้ในสิ่งที่เราทำอยู่ด้วย ให้มันเป็นลูกน้องของเรา ไม่ใช่หัวหน้าของเรา เราเชื่อมันไปหมดทุกอย่างงี้
ตอนก่อนสมัครเข้า หนูคิดว่าอยากเรียนแนวๆ จัดการข้อมูลที่ไม่ได้คอมพิวเตอร์จ๋านั่งทำงานหลังโค้ดตลอด อยากได้แบบมีโอกาสติดต่อกับผู้คนบ้าง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าคณะไหนดี โชคดีไถเฟสเจอ Taiwan Scholarship Hunter ก็เลยทักมาปรึกษาดู ปรากฏว่าพี่ๆให้ข้อมูลดีมากกกกกกกก เลยตัดสินใจลงคอร์ส พี่ๆ insights จึ้งๆ แทบทุก keyword ใน Study plan คือตรงกับที่อาจารย์ตามหาเลยค่ะ หนูว่าอาจารย์ที่นี่ค่อนข้างเลือก คือเด็กที่อยู่ในแต่ละแลป Profile จะต่างกันมาก แบบอาจารย์แต่ละหาคนที่ตรงใจเขาจริงๆถึงจะรับ คืออาจารย์เขาน่าจะมีเช็คลิสต์ในใจแหละว่าอยากได้คนประมาณไหน ส่วนเรากับเพื่อนในแลปก็จะคล้ายๆกันเพราะผ่านเช็คลิสต์เดียวกันมา555555 ถ้าได้รู้ insight ว่าเขาต้องการคนประมาณไหน ก็จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ดีขึ้น

คณะ Information Management ของ NYCU เป็นแบบมีวิชาภาษาอังกฤษให้เก็บ เพียงพอต่อการเรียนจบ ฉะนั้นต้องสั่งทั้งคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษ (TOEIC 750+) และคะแนนวัดระดับภาษาจีน (Band A2+)
ตารางเปิดรับนักศึกษาใหม่ คณะ Information Management ที่ NYCU
เปิดรับ 2 เทอมต่อปี
เทอม Spring : รับสมัครประมาณเดือนสิงหาคม - กลางเดือนกันยายนของปีก่อนหน้า
เทอม Fall : รับสมัครประมาณกลางเดือนธันวาคม (ปีก่อนหน้า) - กลางเดือนมีนาคมของปีนั้นๆ
เอกสารสำคัญที่ใช้ในการสมัคร
รูปถ่าย
ใบปริญญาบัตร หรือ Diploma
ใบเกรด หรือ Transcript
Resume / Portfolio (ถ้ามี)
คะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
Passport
Bank Guarantee
Recommendation Letter 2 ฉบับ
Autobiography
Study Plan
ทีม Taiwan Scholarship Hunter คือทีมนักเรียนทุนมอท็ิอปรัฐบาลตัวจริง เจ้าของผลงานขอทุนให้นักเรียน 200 ทุนในเวลา 4 ปี และทุน MOE มากที่สุดในประเทศไทย
ปรึกษาฟรี ทักไลน์ @twscholarhunter












