top of page
1.png

รีวิวคณะ และชีวิตในไต้หวันโดยศิษย์เก่า

2.png

พี่โค้ชแนะนำคณะ

3.png

เรียนภาษาจีนที่ไต้หวัน

4.png

รีวิวชีวิตทำงานในไต้หวัน

Hunter All Star | คุยกับ 'น้องไอซ์' นักเรียนทุนเต็มจำนวนป.โท สาขา Environmental Engineering ที่ NCKU

  • รูปภาพนักเขียน: Taiwan Scholarship Hunter Official
    Taiwan Scholarship Hunter Official
  • 26 ธ.ค. 2568
  • ยาว 2 นาที


เมื่อโลกกำลังเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน การต่อยอดความรู้เชิงวิศวกรรมจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน หลักสูตรปริญญาโทสาขา Environmental Engineering ที่ National Cheng Kung University (NCKU) มุ่งเน้นการบูรณาการงานวิจัย เทคโนโลยีขั้นสูง และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับสากล เพื่อพัฒนาศักยภาพของน้องๆ ให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก และก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในอนาคต


วันนี้พี่โค้ชเลยจะพามาคุยกับลูกศิษย์คนเก่ง 'น้องไอซ์' ที่ได้รับทุนเต็มจำนวนมาเรียนที่นี่ ใครสนใจล่ะก็ ไปอ่านบทสัมภาษณ์น้องไอซ์ได้เลยจ้า


Q1 | แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยน้า

สวัสดีค่ะ ชื่อไอซ์นะคะ ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่ National Cheng Kung University (NCKU) คณะวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เมืองไถหนาน ประเทศไต้หวันค่ะ


Q2 | ทำไมถึงเลือกไต้หวัน เราสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษที่นี่

เลือกไต้หวันเพราะเป็นประเทศที่เด่นมากด้าน เทคโนโลยี วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างใกล้ชิด งานวิจัยหลายอย่างสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน อีกอย่างคือที่นี่มีทุนการศึกษาให้เลือกเยอะมาก ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย นอกจากนี้ยังได้โอกาสเรียนรู้ ภาษาที่สามอย่างภาษาจีนไปพร้อมๆกัน ทำให้รู้สึกว่าได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และทักษะที่ต่อยอดอนาคตได้ เลยคิดว่าไต้หวันเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ตัวเองมากค่ะ


คณะ Environmental Engineering ที่ NCKU มี 6 Majors ได้แก่

  • Resource Recovery

  • Environmental Management

  • Water and Wastewater

  • Air Pollution / Climate Change

  • Environment | Microbiology

  • Environment | Chemistry, Soil


National Cheng Kung University หรือเฉิงต้า เน้นวิจัย ใครไม่ชอบ ไม่ต้องมา!
National Cheng Kung University หรือเฉิงต้า เน้นวิจัย ใครไม่ชอบ ไม่ต้องมา!

Q3 |  ตอนนั้น ได้ข่าวว่าเป็นสาวน้อยร้อยทุน ตอนนั้นติดที่ไหนบ้างนะ ยังจำได้อยู่มั้ย

ตอนนั้นติดหลายที่เลยค่ะ ทั้ง Energy and Sustainability ที่ NTUST, Energy Engineering, Program on Smart and Sustainable Manufacturing และ Environmental Engineering ที่ NCKU รวมถึง Chemistry ที่ NSYSU ด้วย แต่สุดท้ายตัดสินใจเลือก Environmental Engineering ที่ NCKU เพราะรู้สึกว่าทั้งแนวทางของอาจารย์ งานวิจัยที่ได้ทำ และบรรยากาศการเรียนโดยรวม ตรงกับสิ่งที่หนูอยากโฟกัสและต่อยอดในระยะยาวมากที่สุดค่ะ


Q4 |  เล่าเรื่องชีวิตแลป Environmental Eng ให้ฟังหน่อย ถึงความแตกต่างจากสายที่เรียนมาจากไทย มีอะไรที่เรารู้สึก “ว๊าว” บ้าง

จริงๆ ชีวิตแลปของหนูจะต่างจากที่หลายคนคิดนิดนึงค่ะ เพราะแลปหนูไม่ใช่แลปเปียก จะเป็นฟีล ออฟฟิศมากกว่า ทุกคนก็นั่งทำงานของตัวเอง หน้าคอมกันเป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้เงียบนะ ยังมีคุย มีแลกไอเดียกันตลอด ข้อดีคือมันค่อนข้างยืดหยุ่นมาก งานส่วนใหญ่สามารถทำจากที่ไหนก็ได้ หนูเลยไม่ได้เข้าแลปทุกวัน จะเข้าแค่ประมาณอาทิตย์ละสองวัน หรือวันที่มี meeting กับอาจารย์หรือเพื่อนในแลป


สิ่งที่รู้สึก “ว๊าว” คืออาจารย์ให้ความอิสระและเชื่อใจนักศึกษามาก เน้นผลลัพธ์มากกว่าการเช็กเวลาเข้าแลป ทุกคนต้องบริหารเวลาตัวเอง รับผิดชอบงานของตัวเองให้ได้ แล้วค่อยมาอัปเดตกันเป็นระยะๆ รู้สึกว่าได้ฝึกความเป็นมืออาชีพและการทำงานแบบนักวิจัยจริงๆค่ะ



Q5 |   เหมือนได้ข่าวว่ามีทั้งฝั่งแลปทดลอง (แลปเปียก) กับแลปฝั่ง Computing/ Programming เราเลือกแลปไหน เพราะอะไร แล้วเส้นทางสองสายนี้แตกต่างกันยังไง แชร์ให้ผู้อ่านฟังหน่อยจ้า

ส่วนตัวหนูเลือกทำฝั่ง Computing / Programming ค่ะ เพราะโปรเจกต์ที่ทำจะโฟกัสด้าน transportation เป็นหลัก โดยใช้ LEAP model มาช่วยวิเคราะห์ระบบขนส่ง การใช้พลังงานในภาคคมนาคม และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม งานในสายนี้จะเน้นทำงานกับข้อมูล ตั้งสมมติฐาน แล้วจำลองสถานการณ์ในอนาคต เช่น ถ้ามีการใช้รถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น หรือมีการเปลี่ยนนโยบายด้านการขนส่ง จะส่งผลต่อการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนยังไง ซึ่งเป็นการมองภาพรวมของระบบมากกว่าการทำทดลองในห้องแลป


ส่วนฝั่ง แลปทดลอง ก็จะเน้นลงมือทำจริง เก็บตัวอย่างจากพื้นที่จริง แล้วนำมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางเคมีหรือสิ่งแวดล้อม เหมาะกับคนที่ชอบทำงานหน้างานและการทดลอง สองสายนี้แตกต่างกันค่อนข้างชัด แต่ไม่ได้มีสายไหนดีกว่ากัน อยู่ที่ว่าแต่ละคนถนัดและชอบรูปแบบการทำงานแบบไหนมากกว่าค่ะ


Q6 |  จบมาแล้ววางแผนตัวเองยังไงบ้าง อยากเรียนต่อ PhD หรืออยากทำงานเลย

คิดว่าทำงานเลยค่ะ อยากเอาความรู้ที่เรียนมาไปใช้กับงานจริงก่อน รู้สึกว่าการได้ลงสนามจริงจะช่วยให้เห็นภาพปัญหาและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมชัดขึ้น แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีในอนาคตว่าจำเป็นต้องเรียนต่อ Ph.D. มั้ยค่ะ


Q7 | มีนายจ้างที่ไหนมาจีบๆ ไว้มั่งยัง เก่งขนาดนี้

ปกติที่ NCKU จะมีงาน job fair จัดทุกปีค่ะ จะมีบริษัทหลากหลายมากมาจัดบูธ เราสามารถเข้าไปคุยกับบริษัทที่สนใจ ลงชื่อ หรือฝาก resume ไว้ได้เลย ถ้านายจ้างรู้สึกว่าโปรไฟล์เราเข้าตา เขาก็จะติดต่อกลับมาเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้า สื่อสารภาษาจีนได้บ้าง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการหางานที่ไต้หวันได้เยอะขึ้นมาก เพราะหลายบริษัททำงานกับตลาดในประเทศเป็นหลัก ถ้าเราพอใช้ภาษาจีนได้ ก็จะเปิดโอกาสในการทำงานต่อที่ไต้หวันมากขึ้นค่ะ


Q8 |  แชร์ชีวิตที่เฉิงต้า หรือ NCKU ให้ฟังหน่อย ได้ข่าวว่าเมืองสโลว์ไลฟ์จริงไหม

ไถหนานเป็นเมืองที่สโลว์ไลฟ์สุดๆ อากาศดี อาหารอร่อย มีคาเฟ่น่ารักๆเยอะมาก และค่าครองชีพก็ไม่แรงเท่าไทเป ผู้คนน่ารักและเป็นมิตร ถึงแม้บางทีเราจะสื่อสารภาษาจีนไม่เก่ง แต่เขาก็พยายามช่วยเหลือเรามาก ส่วนเฉิงต้าก็เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่มาก บรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้เยอะ เดินในมหาลัยเหมือนอยู่สวนสาธารณะเลยค่ะ เด็กที่นี่ก็ปั่นจักรยานกันไปเรียนซะส่วนใหญ่ 



Q9 | คนไทยเยอะเลยสิ กิจกรรมคนไทยฉ่ำจริงมั้ย

 เยอะมากกกกกค่ะ เดินในมอคือเจอแต่คนไทย มีกิจกรรมคนไทยตลอด ทั้งลอยกระทง สงกรานต์ จับของขวัญวันคริสมาสต์ รุ่นพี่รุ่นน้องช่วยกันจัดกิจกรรม รวมตัวกันบ่อยมาก มีอะไรก็ปรึกษาพี่ๆเรื่องเรียนหรือเรื่องอื่นๆได้ทุกเรื่องเลยค่ะ


ปะแป้งแบบนี้ คงไม่ต้องบอกแล้วว่าสงกรานต์จอยๆ จ่ะ
ปะแป้งแบบนี้ คงไม่ต้องบอกแล้วว่าสงกรานต์จอยๆ จ่ะ

Q10 | นักเรียนไทยเป็นที่รักของอาจารย์ NCKU มั้ย เพราะอะไร

คิดว่าใช่ค่ะ อาจารย์หลายท่านมองว่านักเรียนไทยเป็นคนขยัน มีความรับผิดชอบ อีกอย่างคือคนไทยปรับตัวเก่ง เข้ากับเพื่อนต่างชาติและวัฒนธรรมการทำงานของไต้หวันได้เร็ว ไม่เกี่ยงงาน พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทำให้อาจารย์รู้สึกไว้ใจและอยากสนับสนุนต่อ ไม่ว่าจะเป็นการให้โอกาสทำวิจัย โปรเจกต์พิเศษ หรือแนะนำโอกาสในอนาคต เหมือนรุ่นพี่หลายคนก็ได้รับ offer งานจากอาจารย์หลังเรียนจบเยอะเลยค่ะ


Q11 | ฝากถึงผู้อ่านที่อยากเรียนสาย Environmental Engineering หรือวิศวะสิ่งแวดล้อมที่ไต้หวันหน่อยสิ

อยากฝากถึงน้องๆ หรือใครที่สนใจเรียนสาย Environmental Engineering หรือสายความยั่งยืน ว่า ไต้หวันเป็นประเทศที่เหมาะมากจริงๆ สำหรับสายนี้ ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนค่อนข้างมาก การเรียนจะเชื่อมโยงกับปัญหาจริงของประเทศและนโยบายที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้เรียนแค่ทฤษฎีอย่างเดียว


อยากบอกว่าไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่างตั้งแต่แรกเลยค่ะ เพราะหนูเองก็ไม่ได้มีพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรงมาก่อน ขอแค่มีความตั้งใจ และเปิดใจเรียนรู้ อาจจะเหนื่อยในช่วงแรกบ้าง โดยเฉพาะเรื่องภาษา แต่ถ้าค่อยๆพัฒนา ทั้งภาษา ทักษะ และความคิดเชิงระบบ โอกาสจะเปิดกว้างขึ้นเยอะมาก สำหรับใครที่อยากทำงานด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือความยั่งยืนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย งานวิเคราะห์นโยบายหรือทำงานกับภาคอุตสาหกรรม ไต้หวันเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ให้ทั้งความรู้ ประสบการณ์และโอกาสจริงๆค่ะ




ทีม Taiwan Scholarship Hunter คือทีมนักเรียนทุนมอท็อปรัฐบาลตัวจริง เจ้าของผลงานขอทุนให้นักเรียน 200 ทุนในเวลา 3 ปี และทุน MOE มากที่สุดในประเทศไทย


ปรึกษาฟรี ทักไลน์ @twscholarhunter


 
 
bottom of page