จากนักการตลาด สู่นักศึกษาป.เอกและอาจารย์วิศวะท็อปยูในไต้หวัน พร้อมอัพเดตเทรนด์การเรียนต่อไต้หวัน
- Taiwan Scholarship Hunter Official
- 16 ต.ค. 2566
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 8 พ.ย. 2568
สวัสดีค่า วันนี้ขอมาเล่าเรื่องพี่โค้ชกุ้งกิ้ง จากการนักตลาดที่น่ารักในบริษัทก่อสร้างของไทย ผันตัวมาเป็นนักศึกษาปริญญาเอก และอาจารย์สอนน้องปริญญาตรีและโท สาขา Industrial Management หรือ Industrial Engineering ได้ยังไง ? พร้อมอัพเดตเทรนด์ไหน ที่คนเรียนต่อไต้หวันควรรู้

จริง ๆ ต้องขอย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีที่แล้วสั้น ๆ ก่อนน๊า
ตอนนั้นก็เป็น first jobber ที่เข้าวงการทาง Marketing & Sales และก็เคยแตะสาย Supply Chain & Planning เพราะรู้สึกว่า งานแรกของเรา และงานที่ดีมันจะเป็น Shape ตัวเราไปตลอดกาล
ซึ่งพี่โค้ชก็ได้โอกาสที่ดีมาก ในการเข้าทำงานในบริษัทวัสดุก่อสร้างชั้นนำที่ไทย ซึ่งถ้าพูดชื่อบริษัท ก็ติด TOP 10 บริษัทที่น่าทำงานที่สุด (แล้วก็จริง ยกเครดิตให้เลย)
แต่สิ่งที่ได้ในวันนั้น รู้มั้ยว่าประสบการณ์มันมากกว่าการทำงาน แต่เรายังได้เจอ
เจ้านาย ที่เป็น role model ที่จบ Ivy Leagues
ทัศนคติองค์กร หลายคนทำงานสู้ไม่ถอย และพี่โค้ชก็ได้ can do attitude จากตรงนี้
การทำงานเป็นระบบ รู้ทั้งบริหาร & เทคนิค
การถูกส่งไปเทรนนิ่ง และเข้าเวิร์คชอป เบิกเนตรมากเว่อร์
การได้ไปทำงานต่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้เนี่ยแหละ ทำให้พี่โค้ช เป็นพี่โค้ชในวันนี้ ! เพราะเราฝันว่า “วันนึงอยากเป็นแบบพวกพี่ ๆ เค้าบ้าง”
เลยทำให้เรียนต่อ ปริญญาโทใบแรกที่จุฬาฯ ด้าน Logistics and Supply Chain Management หรือโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เพราะเรามองว่า ด้านนี้มันกลาง ๆ มันเป็นด้านเทคนิค และมีระบบที่จัดลำดับความคิดเราด้วย
ช่วงนั้น พี่โค้ชก็ตุยนะคะ ทำงานไปเรียนไป และขอบคุณพี่ ๆ นาย ๆ ที่เข้าใจมาก ๆ ณ วันนั้น ถ้าไม่ได้ทีม Marketing & Branding นี่แย่แน่ ๆ ไม่จบชัวร์ T_T

และพอจบปริญญาโทมา ก็กลับไปทำงานเป็น Marketing Communication หรือนิกเนมว่า Marcom เหมือนเดิม สนุกมากกก เพราะเจอดาราเยอะมากกกก + งานครีเอทีฟแบบนอนฝัน + ได้ไปทุกจังหวัดของไทย ก็คราวนี้! บางครั้งเอากระเป๋าเดินทางไว้ท้ายรถ พร้อมเดินทางตล๊อดดด
บางวันดึก ๆ แม่โทรมาตามพี่โค้ชว่า วันนี้นอนจังหวัดไหนนะลูก...

อ่ะ สั้น ๆ พอ แล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนของจริง 55555
การทำงานในฐานะมาค่อม เหมือนเราทำโปรเจ็กต์นึง ที่มันเกี่ยวข้องกับการ Upskill, Reskill, Ecosystem ซึ่งมันก็แบบทำให้เราถามตัวเองว่า
“วันนี้เราจะอัพสกิลให้ตัวเอง เพื่อให้สังคมแล้วหรือยัง”
และเราก็เลยไปตามอ่านเรื่องพวกนี้ จนเข้าหัวบ้าง ไม่เข้าหัวบ้าง จนมีความคิดว่า อยากทำอะไรก็ได้ ที่เราเป็นเจ้าของ Theory หรือแนวคิดที่จับต้องได้
เลยจบที่การมาสมัคร Ph.D. หรือปริญญาเอกนั่นเองงง
แล้วก็ได้ทุนเต็มในการเรียนด็อกเต็มตัว จาก Research Plan ที่สนใจในด้านของ Smart Manufacturing ซึ่งเป็นสิ่งที่ไต้หวันสนใจพอดี
ส่วนในด้าน Smart Manufacturing ที่พี่โค้ชสนใจนั้น เป็นเรื่องกว้างพอสมควร เพราะมันเกี่ยวข้องกับทั้งระบบ
Smart system
Automation, IoT and/ or IIoT Technology
A.I. & Machine Learning
Optimization
Sustainability (&ESG and others policies)
ซึ่งส่วนนี้ พี่โค้ชอาจจะขอเจาะเรื่องของ Smart Manufacturing ในบทความต่อไปน๊า
ซึ่งการเรียนปริญญาเอกที่ไต้หวัจะมี Coursework และทำ Paper ทั้งหมด 3 Papers และบังคับตีพิมพ์ SCI & SSCI Rank I,II เท่านั้น โดยในตอนนี้ พี่โค้ชตีพิมพ์ลง Journal Computer & Industrial Engineering จ้า~ โดยทำในเรื่องของการพัฒนาไลน์ผลิต Printed Circuit Board (PCB) ซึ่งเป็นพาร์ทของ Semiconductor เลยยยย
ทำไมต้องเรื่องนี้?
เพราะเกาะไต้หวัน ถึงจะเล็ก แต่มี market share ตัว semiconductor ทั่วโลกสูงถึง 75-80% เชียวนะ ! และในปี 2025~2030 ก็อาจจะกินตลาดที่มากกว่านี้ เพราะการอัพเกรดเทคโนโลยีการผลิต และการขยายโรงงานในต่างประเทศ
แล้วพอทำเปเปอร์ไป อาจารย์ก็บอกว่า ไปสอนหนังสือให้หน่อย

ตอนนี้พี่โค้ชเลยเป็นอาจารย์สอนวิชา Business Analytics & Applications ให้กับนักศึกษาในมหาวิทยาลัย Taiwan Tech อยู่ค่า
โดยเนื้อหา ที่น้อง ๆ เรียน จะได้จับ database จริง และได้วิเคราะห์จริงในมุมมองต่าง ๆ และ practice makes perfect คำนี้ยังใช้ได้ไม่เกินจริงอย่างแน่นอน พร้อมฝึกใช้ Software ตั้งแต่ basic อย่าง VBA (Excel), R Programming และ Advance ไปจนถึง Python ค่อย ๆ ไต่เลเวลไปเรื่อย ๆ
โดยสิ่งที่จะได้รับจากวิชา Business Analytics คือสกิล Analysis & Practice from database ทำให้เด็กเข้าใจ เห็นภาพมากขึ้น สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในด้านต่าง ๆ
Production management
Scheduling
Marketing Analytics
Business Data Analysis
Risk Management
ส่วนในเทอมหน้า พี่โค้ชจะมีสอนอีกวิชา เป็นวิชา Scheduling เป็นสาขาหนึ่งของ Operation/ Manufacturing ค่ะ
และไปต่อเรื่องเทรนด์การเรียนต่อไต้หวันกันเลย
พี่โค้ชเลยอยากอัพเดตความสนใจในปี 2566 จนถึงปี 2568 ซึ่งทุกคณะการเรียนในไต้หวันจะมุ่งเน้นด้าน Technology & Innovation Driven
Highlight สาขาที่นี่ ถ้าตอบแบบง่าย ๆ เลย ก็คือด้าน Engineering & Technology แต่ทั้งนี้ ด้านนี้ก็กว้างซะเหลือเกิ๊นนนน แม้จะแคบลงในแต่ละ department แล้ว แบบสรุปรวบยอด
1. Technology and Innovation
สามารถดัดแปลงไปได้ทั้ง Technology Management หรือจะเป็น MBA ที่นี่ เน้นบริหารจัดการองค์กร คน และเทคโนโลยีให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ และการจับเทคโนโลยี ไปบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
2. Data Science, Data Analytics
สาขานี้ ตอนนี้กลายเป็น global career ไปแล้ว และสามารถไปได้ในทั้งเส้นทางของ Marketing, Finance, HR ด้วยแหละ
3. Sustainability
ตัวนี้ถึงจะยังไม่ฮิตในวันนี้ แต่อีก 3-4 ปีข้างหน้า ใครจบสาขานี้มา เนื้อหอมแน่นอน เพราะนโยบายของโลกใบนี้นั้น ให้ความสำคัญกับ Climate Change แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องสภาพแวดล้อมนะ! มันเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายต่าง ๆ และเกี่ยวข้องไปถึงการอยู่ร่วมกันของคนและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน
โดยสาขาเหล่านี้ พี่โค้ชมีแพ็คเกจ โค้ชชิ่งน้อง ๆ เข้าในมหาวิทยาลัยในไต้หวัน ในสาขาของ sustainability และสาขาที่เกี่ยวข้องกับ Management & Engineering fields ทั้งระดับ ป.ตรี / โท และป.เอก คลิกเพื่อปรึกษาฟรีก่อนสมัครแพ็คเกจ แอดไลน์ @twscholarhunter
จะเห็นได้ว่า เทรนด์ที่เห็นจะเป็นเทรนด์แบบ Global career มาก ๆ เพราะการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอย่าง semiconductor ที่เป็นหัวใจของไต้หวัน และเป็นหัวใจของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก มันทำให้เค้าต้องคิด วางแผนระยะยาว โดยปัจจัยเสริมเหล่านี้ กลายเป็นวาระแห่งชาติที่ถูกบรรจุใน Route map ทั้งระยะสั้นและยาวไปโดยปริยาย
ซึ่ง Study plan / SOP ในเรื่องของ Details พวกนี้ การผสมเรื่องเหล่านี้ลงไป จะทำให้เรามีภาษีที่ดีขึ้นมากกก แต่ทั้งนี้ ยังไงก็อยากให้เขียนเป็นการครีเอทเรื่องใหม่ ๆ ด้วย
ส่วนใครไม่รู้จะเริ่มหรือจะครีเอทยังไงให้ตรงใจกรรมการ โดย based on เรื่องที่ไต้หวันมุ่งเป้ากันอยู่ตอนนี้ ทักหาทีมพี่โค้ชได้เลย~ ทั้งทาง Line @twscholarhunter หรือ https://www.facebook.com/twscholarhunter






